สุดยอดสถานที่ ท่องเที่ยวในอินเดีย

    สุดยอดสถานที่ ท่องเที่ยวในอินเดีย ขอนมัสเตทุกท่าน มาร่วมซาบซึ้งกับรักยิ่งใหญ่ที่ทัชมาฮาล หลักฐานที่จะบอกว่ารักแท้ไม่ได้มีอยู่แค่ในนิยาย ตามรอยสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ก่อนวาร์ปไปพักโรงแรมพระราชวังกลางน้ำระดับโลก! ที่โรแมนติก และยูนีคสุดพลัง แล้วจบทริปสวยๆ ในดินแดนแห่งสวงสวรรค์ วิวหลักล้านที่ทิเบตน้อยเลห์ ลาดักห์

1.ป้อมอัครา

ป้อมอัครา หรือที่รู้จักอีกชื่อนึงว่าป้อมแดง ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา Agra อดีตเมืองหลวงของอินเดีย ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา Yomuna ในรัฐอุตตรประเทศ Uttar Pradesh ห่างจากทัชมาฮาลเป็นระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นป้อมปราการหินทรายแดงขนาดใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก UNESCO อดีตป้อมนี้เป็นเพียงป้อมปราการที่ทำขึ้นจากอิฐ สร้างโดยราชบุตรแห่งวงศ์ศิกวะ Sikarwar ก่อนจะมีทัชมาฮาลซะอีก และมีการสร้างเรื่อยมาใช้เวลากว่า 95 ปี เรียกว่าผ่านมาถึงสามยุคของกษัตริย์ในราชวงศ์โมกุลกันเลยทีเดียว เมื่อมาถึงจะเจอกับประตูทางเข้าอามาร์ สิงห์ Amar Singh Gate สูงประมาณ 21 เมตร ยาวถึง 2.4 กิโลเมตร ด้านนอกว่าว้าวแล้ว เข้ามาข้างในก็ยังว้าวได้อีกกับชั้นที่สองอย่างฮาติ โพล Hathi pol หรือ เอเลเฟ่น เกท Elephant Gate กำแพงสู๊งงงที่ในอดีตใครคิดจะบุกเข้ามาก็ต้องมีคิดหนักกันแน่ๆ

2.เทศกาลโฮลี

เทศกาลโฮลี หรือเทศกาลแห่งสีสัน เป็นเทศกาลที่เกิดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เป็นการเฉลิมฉลองเรื่องราวความดีชนะความชั่วนั่นเอง โดยจะตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี ตามปฏิทินจันทรคติ และสุริยคติของศาสนาฮินดู ซึ่งจะอยู่ราวๆ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือมีนาคมตามปฏิทินสากลในแต่ละปีนั่นเองเทศกาลโฮลีจะจัดขึ้น 2 วันโดยคืนแรกของเทศกาลนี้จะมีพิธีกรรมที่เรียกกันว่า โฮลิกาดาฮัน Holika Dahan ตามความเชื่อของชาวฮินดู คือการเฉลิมฉลองที่สามารถกำจัดปีศาจร้ายในตำนานที่คิดร้ายผู้อื่นอย่างนางโฮลิกาได้ งานนี้สำเร็จได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากไฟของพระวิษณุนั่นเอง ในวันนี้เลยจะเห็นว่ามีการสุมกองไฟบริเวณวัดฮินดูเชื่อว่าช่วยชำระล้างสิ่งไม่ดีออกไป และระลึกถึงเหตุการณ์ของความดีที่เอาชนะความชั่วได้

3.ประตูอินเดีย

ประตูอินเดีย มีชื่อเดิมคืออนุสรณ์สถานเหล่าสงครามในอินเดีย All-India War Memorial หรือชื่อทางการว่า อนุสรณ์สถานนิวเดลี Delhi Memorial ประตูนี้ตั้งอยู่ที่กรุงนิวเดลี New Delhi ของอินเดีย ตัวอนุสาวรีย์ทำจากหินทราย สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้เหล่ากองทัพทหารบริติชอินเดียที่เสียชีวิตกว่า 70,000 นาย ในสงครามครั้งที่ 1 ช่วงปี ค.ศ. 1914–1921

และหากเดินเข้าไปดูที่ใกล้ๆ ประตูจะเห็นรายชื่อของเหล่าทหารทั้งจากอินเดีย และอังกฤษกว่า 13,300 นาย ที่เสียชีวิตจากทั้งสงครามชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ Northwest Frontier รวมถึงสงครามอัฟกันครั้งที่ 3 Third Afghan War โดยด้านบนสุดของประตูนั้นสร้างเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารที่ได้หายสาบสูญไปอีกด้วย

4.พระราชวังหลวง

พระราชวังหลวง อยู่ทางเหนือของใจกลางเมืองชัยปุระ Jaipur มีขนาดกว้างขวางครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ใน 7 ของใจกลางเมืองชัยปุระกันเลยทีเดียว พระราชวังได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 Maharaja Sawai Jai Singh II เพื่อเป็นที่พักผ่อน และอยู่อาศัยของเหล่าสมาชิกราชวงศ์ชัยปุระ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงอาศัยอยู่กันจ้ารูปแบบสถาปัตยกรรมแห่งนี้เป็นแบบราชปุตผสมกับโมกุล เพราะสมัยก่อสร้างแรกๆ ขณะนั้นราชวงศ์โมกุลได้เข้ามามีอิทธิพลในรัฐราชสถานแล้วนั่นเอง ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องความงามของจิตรกรรมฝาผนัง การแกะสลัก งานตกแต่งด้วยแก้ว หรือแม้แต่กระเบื้องสวยๆ ประตูหลักของที่นี่มีอยู่สามจุดด้วยกันได้แก่ ประตูวิเลนดร้า พอล Virendra Pol ประตูอุได พอล Udai Pol ที่คนทั่วไปสามารถเข้าออกได้ แต่สำหรับประตูตริโปเลีย Tripolia Gate จะมีไว้สำหรับสมาชิกราชวงศ์เท่านั้นจ้า นอกจากนี้ยังมีกิมมิคเป็นประตูเล็กๆ อีกสี่ประตูที่แสดงออกถึงฤดูกาลทั้งสี่นั่นเอง ได้แก่นกยูงหรือ มอร์เกท Mor Gate หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีลวดลายของนกยูงสวยงามที่ซุ้มประตู ประตูดอกบัว Lotus Gate ที่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน ประตูเลเรีย Leheriya gate เป็นฤดูใบไม้ผลิ และประตูกุหลาบ Rose Gate หมายถึง  ฤดูหนาวนั่นเอง ทั้งสี่ประตูถูกตกแต่งอย่างสวย ขอถ่ายรูปฟินก่อนไม่รอล๊าววน้าา

5.ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล สุสานหินอ่อน สถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกใหม่ ให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2550 กินพื้นที่เกือบๆ 170,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำยมุนา Yamuna River ในสวนโมกุล Mughal Garden อำเภออัคระ Agra District รัฐอุตตรประเทศ Uttar Pradesh ที่นี่ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน Shah Jahan แห่งจักรวรรดิโมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์ความรัก พระองค์มีพระมเหสีพระนามว่า อรชุมันท์ พานุ เพคุม Arjumand Banu Begum เจอกันครั้งแรกจักรพรรดิชาห์ชะฮัน อายุได้ 14 พรรษา พระองค์ทรงรัก และหลงใหลพระนางมากเป็น Love at First Sight เลยทีเดียว


ใกล้ชิดธรรมชาติ ที่ จ.เชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังในญี่ปุ่น

      ช่วงนี้มันรู้สึกร้อนแสนร้อน หลายคนคงกำลังวางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวหลบร้อนกันหลายประเทศ ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกนั้นต้องเป็นดินแดนอาทิตย์อุทัย ต้นกำเนิดดอกซากุระอย่าง ประเทศญี่ปุ่น แน่นอน เพราะด้วยอากาศที่เย็นสบาย รวมทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่างจากบ้านเรา ทำให้ญี่ปุ่นเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่หลายคนคิดอยากจะเดินทางไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ที่เรียกว่าถ้าไปแล้วไม่ได้เที่ยวถือว่าไม่ถึงจ้า ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

 1.ภูเขาฟูจิ  

เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และอาจกล่าวได้ว่าเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในโลก มีความสูงถึง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ และสามารถมองเห็นได้จากโตเกียวและโยโกฮาม่าในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง วิธีที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิที่ง่ายที่สุด คือ นั่งชมจากรถไฟสายโทไกโดที่วิ่งระหว่างเมืองโตเกียวและโอซาก้า ถ้าคุณนั่งชินกันเซ็นจากโตเกียวที่มุ่งหน้าไปยังนาโงย่า เกียวโต และโอซาก้า ช่วงที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิ คือ ช่วงสถานีชิน-ฟูจิ หรือประมาณ 40-45 นาที หลังจากออกจากโตเกียว ซึ่งจะมองเห็นได้ทางด้านขวามือของรถไฟ แต่สำหรับผู้ที่อยากชมภูเขาฟูจิอย่างเต็มอิ่ม และแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามขอเชิญที่ ทะเลสาบทั้งห้า Fuji Five Lake or Fujigoko หรือที่ ฮะโกะเนะ ซึ่งเป็นรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนและเป็นหนึ่งใน อุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu

2.ช้อปปิ้งย่านสุดฮิตที่ย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ

เมื่อมาเที่ยวที่ญี่ปุ่น อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การช้อปปิ้ง ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีแหล่งช้อปที่หลายหลาย แต่ที่ไม่ควรพลาดเลย คือ ย่านชินจุกุ Shinjuku แหล่ง ท่องเที่ยวทันสมัยฝั่งตะวันตกของโตเกียว นับเป็นแหล่งช้อปปิ้งและสถานบันเทิงยามค่ำคืนยอดนิยมที่มีชื่อเสียง โดยยามกลางวันสามารถแวะชมสวนสาธารณะชินจุกุเกียวเอ็นที่เงียบสงบ, ย่านชิบุยะ Shibuya เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของวัยรุ่น ใกล้กับ ศาลเจ้าเมจิ ที่เงียบสงบ ติดต่อกันเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมและสวรรค์ของคนรุ่นใหม่ คือ ย่านฮาราจูกุ และ ย่านโอไดบะ ที่ สร้างขึ้นจากการถมทะเลในอ่าวโตเกียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ เพราะที่นี่มีทั้งแหล่งบันเทิงขนาดใหญ่ ชิงช้าสวรรค์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่เป็นสัญลักษณ์ของเรนโบว์ ทาวน์ ที่เหล่าคู่รักวัยรุ่นนิยมขึ้นชิงช้าชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม

3.พระราชวังอิมพีเรียล

พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอะโดะ อีก หนึ่งสถานท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว เพราะเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น เดิมที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงเล็กที่ชื่อ เอะโดะ ที่ถูกตั้งเป็นฐานที่มั่น รวมทั้งถูกตั้งเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลทหาร ต่อมาได้ขยายเมืองให้ใหญ่ขึ้น จนมีประชากรและพื้นที่เมืองขนาดใหญ่มากขึ้น หลังจากนั้นเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิ การล้มล้างการปกครองแบบโชกุนลง จักรพรรดิเมจิจึงย้ายเมืองหลวงมาที่เอะโดะ และเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นโตเกียวในปัจจุบัน ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและวัฒนธรรมของประเทศ และถูกเปลี่ยนให้เป็นพระราชวังในเวลาต่อมา มีชื่อเรียกว่า พระราชวังอิมพิเรียล ในปัจจุบัน

4.โตเกียว ทาวเวอร์

โตเกียว ทาวเวอร์ หอคอย สื่อสารขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเพราะใน 1 ปี มีผู้ร่วมเข้าชมถึง 2 ล้าน 5 คน อีกทั้งยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงอำนาจและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของ โลก เป็นที่ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากหอคอยสูงในปารีส สร้างในสไตล์สถาปัตยกรรมโบราณแบบญี่ปุ่น ทั้งนี้ โตเกียว ทาวเวอร์ จะเปิดทำการตั้งแต่ 09.00-20.00 น. โดยไม่มีวันหยุด ใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่มาเยือนที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่นเลย

5.หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ

ชิราคาวาโกะ Shirakawako หมู่บ้านท่ามกลางหุบเขา ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หลังคามุงด้วยฟางข้าว สร้างขึ้นด้วยมือที่เรียกว่า การสร้างบ้านแบบ กัตโชทสึคุริ Gassho-zukuri เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี คำว่า “กัสโช” หมายความว่า พนมมือ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงลักษณะรูปแบบของบ้านที่มีหลังคามุงด้วยฟางข้าวชันถึง 60 องศา คล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน มุงแบบลาดลงคล้ายหน้าจั่ว เพื่อให้ทนทานต่อหิมะและลมในฤดูหนาว ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร สร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู ซึ่งบางแห่งสามารถเข้าพักค้างคืนได้ แถมยังเป็นกิจการที่เปิดภายในครัวเรือนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เห็นการ ใช้ชีวิตแบบดั่งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

6.ฮอกไกโด

เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของ ญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติ สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี มีธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลาย ทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว มีหิมะที่ขาวละเอียดดุจแป้งฝุ่นและสกีรีสอร์ท ที่ดึงดูดนักเล่นสกีจากทั่วโลก ขณะที่ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานช้ากว่าภูมิภาคอื่นในญี่ปุ่น สามารถชมซากุระได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนฤดูร้อนอากาศจะไม่ร้อนเหมือนส่วนอื่น ๆ เพราะมีทุ่งดอกไม้ต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และในฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเปลี่ยนสีก่อนที่อื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม

เรียกได้ว่าเป็น 6.อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเป็นทางเลือกที่ดีในการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นของพวกคูณได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่พลาดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญสักที่เลยจ้า สถานที่เที่ยวใน จ.ชลบุรี ชิวๆสบายๆกันเลย